Casino

นิสิตสาวเซ็กส์จัด

สวัสดีครับผมชื่อ เจษ อายุ 21 ปี ศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ ตอนนี้ผมอยู่ปี 3 คณะวิศวะครับ ผมเองเป็นลูกคนที่สามของพ่อแม่ซึ่งผมเป็นคนจังหวัดเชียงใหม่โดยกำเนิดครับ ผมมีพี่ชายคนหนึ่ง พี่สาวคนหนึ่ง ซึ่งทั้งคู่ต่างแยกย้ายไปมีครอบครัวกันหมดแล้วครับ ส่วนผมเองก็ต้องตั้งใจเรียนมากๆ เพื่อจะได้รีบทำงานช่วยเหลือบริษัทของพ่อผมซึ่งตอนนี้กำลังรุ่งเรืองอยู่ในขณะนี้ บ้านผมนั้นเป็นร้านคอมพิวเตอร์ซึ่งทุกวันมีคนเข้าร้านมามากทั้งซื้ออุปกรณ์บ้าง ซ่อมคอมฯ บ้างซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของบ้านผมอยู่แล้ว เสียเวลากันมามากแล้วผมเองก็ขอเริ่มต้นเรื่องของผมนะครับจะได้ไม่เสียเวลา เรื่องของผมนี้เกิดขึ้น ผมเองได้รับเลือกให้เป็นนักฟุตบอลของคณะไปแข่งกับทีมคณะอื่นๆ ในงานกีฬาของมหาวิทยาลัยซึ่งมีประจำทุกปีครับ ซึ่งการแข่งขันฟุตบอลนี้เองที่ทำให้ ผมได้รู้จักกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเธอเป็นลีดเดอร์ของคณะอื่นชื่อ ”เตย” ครับ ครั้งแรกที่ผมเห็นเธอนั้น ผมเองยังคงเฉยๆ อยู่เพราะว่าผมไม่ค่อยจะสนใจผู้หญิงซักเท่าไร ไม่ใช่ว่าผมจะขี้เหล่นะครับหรือไม่หล่อหรอก เพียงแต่ผมเคยมีอดีตที่ฝังเจ็บลึกเมื่อตอนอยู่มัธยมปลายครับ ผมรักผู้หญิงคนหนึ่งอย่างสุดหัวใจ ยอมเสียทุกอย่างแม้กระทั่งการเรียนเพื่อจะเอาใจเธอคนนี้ทุกอย่าง แต่ผลของการทุ่มเทให้กับเธอคือ การโดนเธอหักหลังครับ ผมยังจำคำที่เธอพูดกับผมได้เมื่อตอนที่ผมรู้ว่าเธอหลอกรักผมเพื่อเธอต้องการประชดแฟนของเธอเท่านั้น คำที่เธอพูดออกมาจากปากก่อนที่เธอจะจากไป “อยากโง่เองทำไม โดนสวมเขาตั้งนานแล้วยังไม่รู้อีกหรือว่าโดนผู้หญิงหลอก ผู้ชายอะไรทั้งโง่ทั้งง้าวสุดๆ ไปเลี้ยงควายซะ” คำพูดคำนั้นเองครับที่ทำให้ผมต้องเกือบฆ่าเธอตาย ดีนะที่เพื่อนของผมยังมาห้ามไว้ทัน ไม่งั้นอนาคตผมพังแน่ ตั้งแต่นั้นมาผมลืมอดีตที่เคยก้าวพลาดไปทั้งหมด กลับลำมาเริ่มต้นใหม่จนสอบโควต้าได้คณะวิศวะอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ เอาละครับเข้าเรื่องต่อเถอะครับ ช่วงแรกๆ ผมไม่รู้หรอกว่าเธอชื่ออะไร ผมคอยสังเกตุเธออยู่นานเพราะเพื่อนผมเองอยากรู้จักกับเธอเหมือนกัน ดูเธอเองเป็นคนที่สวยเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน ทั้งขาวทั้งสวย หุ่นเพรียวเหมือนนางแบบ ทั้งเหล่าบรรดานักฟุตบอลคณะของเธอต่างติดเธอเป็นเกลียวและคนอื่นต่างก็ตามเธอติดๆ เวลาที่เตยไปไหนมาไหนต้องมีผู้ชายตามเธอเสมอ ผมเองอยู่มา 3 ปีรู้สึกว่าไม่ค่อยเห็นหน้าเธอบ่อยแต่เธอเองอยู่ปี 2 คณะศึกษาศาสตร์ เธออยู่มาตั้ง 2 ปีแล้วแต่ทำไมผมรู้สึกพึ่งเจอเธอครั้งแรก คงเพราะผมนั้นมัวแต่หมกหมุ่นกับงานจนไม่มีเวลามาสนใจเหลียวแลใคร แต่เรื่องของผมกับเธอก็เกิดขึ้นจนได้ หลังจากที่ผมแข่งฟุตบอลเสร็จโดยที่ทีมของผมชนะทีมศึกษาศาสตร์ไป 2-0 โดยผมยิงได้ทั้ง 2 ลูก ผมกำลังเดินเข้าไปที่ห้องนักกีฬาของคณะเพื่อเตรียมเก็บข้าวของออกไป ผมได้ยินเสียงดังห่างออกจากห้องผมไปนิดเดียว เป็นเสียงผู้ชายกับผู้หญิงทะเลาะกัน ช่วงแรกผมไม่สนใจเท่าไหรเพราะไม่อยากยุ่งเรื่องคนอื่น แต่ยิ่งนานขึ้นเสียงทะเลาะเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ผมลองหยุดฟังดูก็พอฟังใจความได้ว่า ผู้ชายมาสารภาพรักแต่ฝ่ายหญิงปฎิเสธพอนานเข้าผมก็ได้ยิน ผู้ชายพยายามจะลวนลามฝ่ายหญิง เธอเองก็ร้องขอความช่วยเหลือ ผมซึ่งอยู่ใกล้ๆ ก็รีบวิ่งไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะไม่ค่อยชอบผู้ชายที่รังแกผู้หญิงอย่างนี้ ผมเข้าไปก็ต้องตกใจเพราะฝ่ายชายเองกำลังไล่ปล้ำฝ่ายหญิงอยู่ ซึ่งฝ่ายหญิงเองก็ดิ้นสุดฤทธิ์ ผมจึงรีบเข้าไปช่วยเหลือเธอทันที ส่วนฝ่ายชายเมื่อเห็นผมก็ตกใจพยายามที่จะชกผมแต่ผมก็สวนคืนไป 2 หมัดจนเขาเซแล้ววิ่งหนีไป ส่วนฝ่ายหญิงเองก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็น เตย น่ะเองซึ่งเธอบอกว่าถูกเพื่อนคณะเดียวกัน ขอเธอเป็นแฟนแต่ถูกเธอปฎิเสธจึงโมโหพยายามจะปล้ำเธอ แต่โชคดีที่เจอผมเข้ามาช่วยไว้ทัน เตยเองขอบคุณผมซะยกใหญ่ เพราะเธอเพิ่งเชียร์เสร็จแต่กลับมาเจอเหตุการณ์อย่างนี้ เธอก็หมดกำลังใจ ผมเองก็ไม่รู้จะทำยังไงจึงได้บอกว่า “อย่างไปคิดถึงมันเลย ลืมเสียเถอะครับ” ผมก็กำลังเดินออกไป เตยดึงมือผมไว้ให้หยุดแล้วถามชื่อผม เรียนอยู่คณะอะไรเพื่อเธอจะได้จำไว้ว่ามีผมที่เคยช่วยเหลือเธออยู่ ผมเองก็ไม่อยากบอกชื่อให้เธอรู้เพราะผมถือว่าผมแค่เข้ามาช่วยเหลือเท่านั้นไม่ได้หวังอะไร แต่เตยเองออดอ้อนขอผมจนผมยอมบอกว่าผมชื่อเจษ อยู่คณะวิศวะ ปี 3 หลังจากนั้นมาผมสังเกตุเห็นเธอพยายามจะตามดูผมแต่ผมไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ พอถึงวันแข่งขันกีฬาวันสุดท้ายทีมฟุตบอลของผมซึ่งแพ้ทีมแพทย์ศาสตร์ก่อนหน้านี้ก็อยู่ดูทีมอื่นแข่ง ผมเองก็มองเห็นเธอกำลังจ้องดูผมอยู่ ผมจึงลุกเดินหนีไป เตยก็ตามมาหาแล้วถามว่าโกรธเตยหรือเปล่าที่ทำอย่างนี้ ผมบอกว่าไม่โกรธหรอกเพียงแต่ไม่เคยถูกผู้หญิงจ้องเอาอย่างนี้ เธอเองหัวเราะ แล้วชวนผมไปกินข้าวเที่ยงหน้ามหาลัย ผมเองก็ยอมไปกับเธอเพราะถูกลูกอ้อนของเธออีกนะแหละ ระหว่างที่เราทานอาหารอยู่ในร้าน เธอเองก็เล่าเรื่องให้ผมฟังว่าเธอเบื่อพวกคนที่มาตามเธอแจ บางครั้งยังมีพวกที่ชอบเธอขนาดหนักแอบดักพบเธอแต่เธอก็หนีรอดไปได้ ผมเองฟังแล้วก็เห็นใจเธอที่ถูกผู้ชายทำอย่างนี้กับเธอแต่ผมเองก็ไม่อยากแสดงให้เธอเห็นเท่าไหร่จึงไม่พูดออกมา เตยเองก็บอกผมว่าผมนั้นเป็นคนสุภาพ พูดน้อย ใจเย็น ดูไม่ค่อยสนใจผู้หญิงเท่าไหร่ แถมยังหล่ออยู่เหมือนกัน ผมได้ยินก็เขินอายต้องแอบก้มหน้า พอเตยเห็นผมเขินก็หัวเราะชอบใจ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ผมเห็นยิ้มของเธอก็ชอบเพราะเธอเองเป็นคนที่เวลายิ้มนี้จะน่ารักมากๆ หลังจากวันนั้นเตยเองจะชวนผมไปไหนด้วยกันเสมอผมเองก็ปฎิเสธเป็นบางครั้งเพราะต้องทำอย่างอื่นบ้างซึ่งเธอเองก็ไม่ว่าอะไร เพื่อนของผมชอบแซวผมประจำว่า เดี๋ยวนี้แอบมีผู้หญิงแล้วเหรอเล่นคนสวยซะด้วย ผมนี้ไม่รู้จะพูดยังไงเราคบกันไปเรื่อยๆ จนถึงปีใหม่ มหาลัยหยุดให้ทุกคนกลับบ้านเกิด ผมเองเป็นชาวเชียงใหม่ก็อยู่ดูแลร้านตามประสาเจ้าของร้าน เตยเองเป็นคนกรุงเทพฯ แต่ว่าปีใหม่เธอไม่ได้กลับบ้าน แต่พ่อแม่ของเธอมาหาเธอที่หอพัก ผมเองก็ว่างเพราะอาป๋าเห็นใจว่าอยู่เฝ้าร้านคนเดียวไม่ได้ออกไปเที่ยวจึงอนุญาตให้ผมไปเที่ยวทั้งวัน ผมเองไม่รีรอบิด Honda CRB สีดำคันโก้รีบไปหาเตยที่หอพักทานที เพราะผมรู้สึกสังหรณ์ใจว่าต้องมีอะไรเกิดขึ้นกับเตยแน่ๆ พอไปถึงหอที่เตยพักอยู่ก็ถามเจ้าหน้าที่ว่าเตยพักอยู่ห้องอะไร ตอนแรกเขาก็ไม่ยอมบอกเพราะเตยเคยถูกคนบุกขึ้นห้องพยายามจะลวนลามเธอมาแล้ว แต่ผมก็บอกให้เขาโทรไปบอกกับเตยว่า ผมมาหา เตยบอกให้รออยู่ที่นั้นเดี๋ยวลงมารับเอง จากนั้นอีก 2 นาทีเตยก็ลงมาพบผม ผมเองก็ตกใจกับเตย เพราะเตยแต่งตัวสวยมาก แบบถูกสเป๊กผมเลย เธอสวมเสื้อแขนสั้นบางสีขาวมองเห็นเสื้อทับของเธอเป็นสายเดี่ยวสีขาวเช่นกัน สวมกระโปรงสีดำยาวดูเรียบร้อย ปล่อยผมยาวสลวยพริ้วไหวไปมา ผมนิ่งอยู่สักพักถามเธอว่า”พ่อแม่ของเธอไม่มาอีกเหรอ” เธอบอกว่า “พ่อแม่ของเธอกลับไปเมื่อเช้านี้เพราะพ่อของเธอมีงานที่ค้างอยู่” ผมจึงชวนเธอไปเที่ยวแถวน้ำตกแม่ยะ,แม่กลาง เธอก็ตกลงแต่เธอขอว่าเธอจะขับรถยนต์ไปนะ แล้วให้ผมเป็นเพื่อนคุยระหว่างทางผมก็ o.k. โดยทิ้งรถผมไว้ที่หอพักของเธอ ผมเดินไปถึงรถของเธอ เธอขอให้ผมขับรถ เพราะเธอสวมรองเท้าส้นสูงขับลำบาก ผมก็ยอมขับให้ ผมใช้เวลา 2 ชั่วโมงกว่าจะถึงดอยอินทนนท์ ระหว่างทางเตยจะป้อนขนมให้ผม ดูแล้วช่างเป็นคู่ที่น่ารักอะไรอย่างนี้ ผมชำเลืองดูเธอบ่อยมากเห็นเธอเขินอายเวลาเธอป้อนขนมให้ผม ผมเองรู้สึกว่าผมเริ่มมีใจให้กับเธอซะแล้ว พอถึงน้ำตกแม่กลางผมและเธอต่างเดินชมวิว ดูน้ำตกกันจนเพลินกว่าจะกลับมาถึงหอพักของเธอก็เล่นห้าโมงถึงหกโมงเย็น เธอจึงชวนผมไปกินข้าวเย็นด้วยกันตอนแรกผมปฎิเสธเพราะต้องรีบกลับเดี๋ยวคนที่บ้านเป็นห่วง แต่ก็หนีไม่พ้นลูกอ้อนของเธอจนผมอ่อนใจ โทรศัพท์ไปบอกคนทางบ้านว่าคงกลับดึกหน่อยเพราะเพื่อนชวนกินข้าวเย็น อาป๋าผมก็อนุญาตให้ ผมและเตยไปกินที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งแถวริมแม่น้ำปิง ระหว่างที่เราคุยเรื่องวันนี้ เตยสารภาพออกมาว่าชอบผม เธอไม่เคยคบผู้ชายคนไหนที่ดีที่สุดเท่าผมมาก่อน แต่ละคนที่เตยคบและไม่ได้คบต่างต้องการเพียงแค่เตย โดยไม่สนใจจิตใจของเตย แต่สำหรับผมแล้วเธอดูว่าผมให้เกียรติเธออยู่เสมอ เตยพูดเสร็จเธอก็ทำสายตาที่ดูจริงใจ อ่อนโยน ดูแล้วอบอุ่น ผมจึงบอกกับเตยว่าผมเองก็ชอบเตยเหมือนกัน แต่ละคนต่างสารภาพความในใจออกมาจนเวลาผ่านไป ผมเห็นว่าดึกแล้วจึงกลับไปยังหอพักของเตยเพื่อจะกลับบ้าน แต่อยู่ดีๆ เตยบอกว่าเธอรู้สึกเหงาและกลัวอยากให้ผมอยู่เป็นเพื่อนด้วยทั้งคืน ผมเองก็พยายามปฎิเสธต่างๆ นานาเพราะกลัวเตยจะเสียชื่อและผมไม่อยากใครเห็นมันจะไม่ดีต่อตัวของเตย แต่อีกใจหนึ่งว่าไหนๆ ก็ไหนๆ มาถึงนี้แล้วเธอเองก็ขอร้อง

Leave a Reply